.

2006/Dec/01

ท่าที่ 1 โตขึ้นอยากเป็นอะไร

.

.

โตขึ้นอยากเป็นอะไร เสียงคุณครูประจำชั้นตอนประถมถาม ฉันยังจำได้ ด้วยความเป็นเด็กจะมีซักกี่อาชีพกันเชียวที่เด็กๆอย่างฉันจะตอบ คุณครู พยาบาล ตำรวจ สถาปนิก หมอ แต่มีผู้ชายกว่าครึ่งห้องตอบ โตขึ้นผมอยากเป็นทหารครับ ตอบทั้งที่ยังไม่รู้ว่าอาชีพที่ตอบไปนั้นมันต้องทำยังไงกันบ้าง แล้วฉันล่ะจะตอบว่าอะไรดี

โตขึ้นมาอีกหน่อยคำถามนี้ก็ยังคงเป็นคำถามยอดฮิตที่มักจะถามกัน มันเป็นคำถามง่ายๆ แต่สำหรับฉันมันเป็นคำถามที่ตอบยากมาก กลับกันถ้าถามว่า โตขึ้นไม่อยากเป็นอะไร อาชีพแรกที่ฉันจะตอบ คือ ทหาร ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่

เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปเข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ก็ยังโชคดีที่สามารถผ่อนผันการเกณฑ์ได้ด้วยการใช้สิทธิ์ทางการศึกษา แต่ใช่ว่าจะใช้สิทธิ์นี้ได้ตลอด เพราะเมื่อจบการศึกษาก็เป็นอันว่า ต้องไปรับการคัดเลือก ระหว่างที่รอการเกณฑ์ช่วงเวลานั้นเองที่ฉันต้องหาวิธีเพื่อที่จะให้รอดพ้นจากการเป็นทหาร ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ฉันต้องทำมันให้ได้ (ก็ไม่อยากเป็นทหารนี่ ให้ทำไง) พ่อก็เลยเสนอวิธีการนึงให้ โดยต้องไปจ่ายเงินกับสัสดีอำเภอ เพื่อแลกกับอิสรภาพ ฉันตอบตกลง แต่มันต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะพอ หมื่นห้า พ่อบอก ตอนนั้นไม่มีปัญหาเรื่องเงินซักเท่าไหร่ อาศัยอาชีพ สถาปนิกจบใหม่ เก็บเงิน 2 เดือนก็น่าจะพอจ่ายได้

ประกาศชายไทยผู้มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ให้ไปเข้ารับการขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน ตามหมายเรียกและภูมิลำเนาของท่าน โปรดอย่าหลงเชื่อการโฆษณาใดๆที่สามารถทำให้ท่านได้รับยกเว้นจากการเป็นทหาร เพราะทางกองทัพไม่มีนโยบายการยกเว้นใดๆทั้งสิ้น

4 เมษายน 2548 เป็นวันที่ฉันต้องไปรับการเกณฑ์ แต่ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน สัสดีก็เรียกประชุมบุคคลที่เข้าข่ายเดียวกับฉันอีก 4 คนเพื่อตกลงขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติ เพื่อรับทราบข้อบกพร่องของแต่ล่ะคน (ใช่ครับข้อบกพร่อง) คุณฟังไม่ผิดหรอก ทำไมต้องบกพร่อง เพราะนี่เป็นวิธีที่คุณจะรอดพ้นจากการเป็นทหาร

มึงเข่าหลุดจากการเล่นบอล สัสดีบอกชายคนหนึ่ง

ครับ ชายคนนั้นตอบ

แล้วผมต้องทำไงบ้างครับ

ไม่ต้องทำไรเดี๋ยวกูบอกเอง ท่านจะดุไปไหนเนี๊ย

แล้วผมล่ะครับ ชายอีกคนถาม

มึงแขนหัก

ส่วนมึงกระดูกนิ้วมือแตกล่ะกัน สัสดีตอบอย่างเร็ว

แล้วฉันล่ะ

มึง............ คิดอยู่นาน ก่อนตอบว่า

เป็นโรคหอบล่ะกัน ยัดเยียดโรคให้กูซะงั้น

แต่ก็ไม่เป็นไรแลกกับการที่ไม่ต้องเป็นทหารฉันยอม ตอนนี้ทุกคนได้โรคประจำตัวกันเป็นที่เรียบร้อย

แต่ตอนพวกมึงเข้าไปด่านตรวจโรค เวลาหมอขอดูนิ้วให้คว่ำมืออย่าแบมือเด็ดขาด สัสดีย้ำ

ทำไม ชายคนหนึ่งถาม ซึ่งก็คือฉันเอง

เดี๋ยวถึงเวลาพวกมึงก็รู้เอง

เช้าตรู่ของวันคัดเลือก ฉันไปกับพ่อสองคน ถึงที่ว่าการอำเภอก็ต้องรอเรียกชื่อ

เริ่มจากด่านการเช็คประวัติ ลงชื่อ พิมพ์ลายนิ้วมือ ด่านต่อไปเป็นการตรวจโรค โดยให้เดินเข้าไปครั้งล่ะสิบคน ยื่นเรียงแถวหน้ากระดาน ด้านหน้าเป็นโต๊ะ ที่มีทั้งทหาร และหมอยืนและนั่งตามลำดับหน้าที่

ถอดเสื้อออกพร้อมยื่นแขนทั้งสองข้างออกมา หมอบอก

ทุกคนยื่นแขนทั้งสองข้างพร้อมกัน ใช่ทุกคนแบมือหมดยกเว้นฉัน ทุกคนนิ่งไปชั่วขณะ หมอเริ่มทำการตรวจ ตามขั้นตอนปกติ ก่อนที่จะมีทหารนายหนึ่งมาดึงตัวฉันออกไป

ได้ผลจริงๆด้วย

น้องมีโรคประจำตัวหรือเปล่า นายทหารซึ่งเป็นหมอด้วยถาม

มีครับ ฉันตอบทั้งที่ไม่ได้เป็นโรคอะไร

เป็นหอบหืดตอบตามที่สัสดีบอก

ลองคิดดูดีๆเป็นจริงหรือเปล่า ประโยคนี้ต้องการอะไรฉันไม่เข้าใจ

พี่ลงให้น้องเป็นประเภทที่ 4 น่ะ ประโยคนี้ฉันยิ่งไม่เข้าใจ

คือน้องต้องเป็นคนพิการ หรือ วิกลจริต

ภายใต้อาคารที่พอจะระบุรูปแบบทางสถาปัตยกรรมได้ว่า เป็นอาคารทางราชการ สมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกผสมผสานกับความเป็นพื้นถิ่นทางภาคใต้ รอบๆเปิดโล่งเพื่อระบายอากาศ ตอนนี้ช่างแออัดไปด้วยเหล่าญาตินับร้อยที่มาเฝ้ารอลูกหลานของตัวเอง รวมทั้งพ่อฉันด้วย ซึ่งไม่ทราบได้ว่าท่านอยู่ส่วนไหนของช่องเปิดอาคาร

หมอครับลงเป็นประเภทอื่นได้มั้ยครับ

ไม่ได้หรอกน้องเค้าทำกันอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ หมอตอบ

นี่กูจ่ายไปทั้งหมื่นห้าแล้ว ยังจะให้กูบ้าอีกเหรอว่ะ ตอนนั้นได้แต่คิด เลยตัดสินใจตอบกลับไป

งั้นไม่เป็นไรครับหมอ ขอไปวัดดวงเอาข้างหน้าดีกว่า

เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด เสียงนักร้องดังของค่ายหนึ่งในเครื่องแบบทหารปรากฎตัวอยู่หน้าจอทีวี พร้อมเพลงมาร์ชทหารบกบรรเลงไปพร้อมกัน

ปีนี้มีผู้เข้ารับเลือกประมาณ สองร้อยกว่าคน ทางกองทัพต้องการหกสิบคน มีคนสมัคร สองคน ช่างรักชาติกันจริงๆ (เหมือนด่าตัวเอง) ด่านต่อไปที่จะต้องเจอ คือวัดส่วนสูงและรอบอกฉันแอบลุ้นเล็กน้อยเรื่องรอบอก ส่วนความสูงไม่ต้องลุ้นเลย ฉันสูงเกินร้อยหกสิบแน่นอน ถึงเวลาวัดจริง ได้ 80-82(เสือกผ่านพอดีอีกกู) อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้